The Grandmaster ยอดปรมาจารย์ยิปมัน ปรมาจารย์หย่งชุนแห่งฝอซาน

            อีกหนึ่งผลงานภาพยนตร์ที่นำเสนอชีวประวัติของปรมจารย์มวยหย่งชุนแห่งฝอซานกับเรื่อง “ยอดปรมาจารย์ยิปมัน” (The Grandmaster) ซึ่งนอกจากจะกวาดรายได้จากการฉายในหลายประเทศแล้ว “ยอดปรมาจารย์ยิปมัน” เรื่องนี้ยังถูกเลือกให้เป็นตัวแทนของฮ่องกงในการชิงรางวัลออสการ์ในสาขาภาพยนตร์ต่างประเทศอีกด้วย


ยอดปรมาจารย์ยิปมัน ( The Grandmaster)

เนื้อเรื่อง
            เนื้อเรื่องของยอดปรมาจารย์ยิปมันในภาคนี้จะเป็นการเล่าถึงประวัติของ “ยิปมัน” ในช่วงวัยกลางคนซึ่งเขาเป็นตัวแทนยอดฝีมือแดนใต้เข้าประลองความคิดกับปรมจารย์ตระกูลกงซึ่งเป็นยอดฝีมือแดนเหนือ ยิปมันสามารถทำให้อาจารย์กงผู้ไม่เคยแพ้ใครยอมรับได้ ต่อมาเขาก็ได้ประลองกับ “กงเอ๋อ” ผู้เป็นลูกสาวอาจารย์กงซึ่งเขาก็ทำให้เธอยอมรับได้เช่นกัน หลังจากนั้นชีวิตของเขาก็เหมือนจะรุ่งโรจน์แต่จุดเปลี่ยนในชีวิตก็มาถึงเมื่อกองทัพญี่ปุ่นเข้ามา


ยอดปรมาจารย์ยิปมัน ( The Grandmaster)

            ยิปมันถึงคราวทุกข์ยากจนต้องระหดระเหจากถิ่นฐาน เขาต้องสูญเสียลูกทั้งสองคนไปเพราะความอดอยากและต่อมาอีกไม่นานเขาก็ต้องสูญเสียภรรยาผู้เป็นที่รักไปอีกคนก่อนที่เขาจะมุ่งหน้าสู่ฮ่องกงเพื่อสอนมวยหย่งชุน ในอีกด้านหนึ่งกงเอ๋อต้องสูญเสียพ่อด้วยน้ำมือของ “หม่าซัน” อดีตลูกศิษย์ของอาจารย์กงทำให้เธอตัดสินใจแก้แค้นโดยเธอสาบานยอมที่จะไม่แต่งงาน ยอมที่จะไม่เป็นครูตามที่เธอฝันและครองตัวเป็นโสดตลอดชีวิต


กงเอ๋อ vs หม่าซัน

            กงเอ๋อนั้นมีใจให้กับยิปมันมานานแล้ว แต่ด้วยคำสาบานที่เธอได้ลั่นเอาไว้เธอจึงไม่สามารถแสดงออกกับยิปมันคนรักได้ แม้กงเอ๋อจะแก้แค้นหม่าซันได้สำเร็จสมความปรารถนาแต่กลับต้องมาอายุสั้น ช่วงสุดท้ายที่เธอได้พบกับยิปมันเธอก็ยังไม่สามารถแสดงความในใจออกมาได้

วิจารณ์ภาพยนตร์
            ยิปมันนั้นเป็นปรมจารย์ผู้ทำให้มวยหย่งชุนมีชื่อเสียงระบือไปไกลถึงตะวันตก สำหรับผู้ที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วคิดว่าจะได้ดูฉากการต่อสู้บู๊ดุเดือดเหมือนเรื่องอื่นๆที่สร้างขึ้นก่อนหน้านี้ก็คงต้องผิดหวังไปตามๆกัน โดยเฉพาะการคัดเลือกเหลียงเฉาเหว่ยมารับบทตัวเองซึ่งเดิมทีแล้วเขาไม่ได้มีพื้นฐานการต่อสู้ด้านกังฟูหรือวิชาแขนงอื่น แต่ก็ยังดีที่มีจางซิยี่มาช่วยแสดงการต่อสู้ที่สวยงามเอาไว้ปลอบใจ


เหลียงเฉาเหว่ยในบทยิปมัน

            สำหรับบทบาทในเรื่อง โดยส่วนตัวต้องยอมรับว่าผิดหวังเพราะเน้นประวัติของยิปมันเพียงครึ่งเดียว ส่วนอีกครึ่งหนึ่งนั้นจะเป็นการเล่าถึงการเดินทางแก้แค้นของกงเอ๋อ ซึ่งหากว่ากันตามตรงจะเป็นการดีกว่านี้ถ้าลองเปลี่ยนชื่อเรื่องจากยอดปรมจารย์ยิปมันเป็นชื่ออื่นจะเหมาะกว่า


จางซิยี่ในบทกงเอ๋อ

            ส่วนเรื่องการเป็นตัวแทนเข้าชิงรางวัลออสการ์ต้องยอมรับว่าเหนื่อย เพราะขนาดเราที่ชื่นชอบหนังฮ่องกงดูแล้วยังพูดได้เต็มปากว่า “ผิดหวัง” คะแนนเต็มสิบคงให้เต็มที่ได้แค่ 6 แต่ก็ไม่รู้ว่าคณะกรรมการผู้ตัดสินจะเห็นไปในทางเดียวกันด้วยหรือไม่ ก็คงต้องติดตามกันในช่วงต้นปี