Cin Emperor Lee Shin-Min ฮ่องเต้หลี่ซื่อหมิน ตำนานรักโค่นราชบัลลังก์

            แม้จะผ่านไปนานหลายปีแต่เมื่อย้อนกลับไปดูอีกครั้งก็ยังสัมผัสได้ถึงความยอดเยี่ยมที่ถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบภาพยนตร์จีนอิงประวัติศาสตร์เรื่องฮ่องเต้หลี่ซื่อหมิน (Cin Emperor Lee Shin-Min) อันเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงคาบเกี่ยวของสองราชวงศ์กับการต่อสู้ด้วยปัญญา


ฮ่องเต้หลี่ซื่อหมิน (Cin Emperor Lee Shin-Min)

เนื้อเรื่อง
            สำหรับเนื้อหาในเรื่องนั้นจะแบ่งออกเป็นสองส่วนสำคัญ ในส่วนแรกจะเริ่มจากการใกล้ถึงเวลาล่มสลายของราชวงศ์สุยที่เพิ่งสถาปนาขึ้นมาได้ไม่นาน ฮ่องเต้สุยต้องคอยระวังไม่ให้บัลลังก์อำนาจเกิดการสั่นคลอนทั้งจากการยุแหย่ใส่ไฟของขุนนางชั่วและกองทัพที่แข็งแกร่งของตระกูลหลี่ แต่สุดท้ายฮ่องเต้ก็ไม่อาจหยุดยั้งสิ่งเหล่านั้นได้ทำให้ราชวงศ์สุยต้องล่มสลายลง


ฮ่องเต้หลี่ซื่อหมิน (Cin Emperor Lee Shin-Min)

            ต่อมาคือเรื่องราวของการสร้างความมั่นคงแก่ราชวงศ์ถังที่เพิ่งสถาปนา ทั้งเว่ยเจิงและหวินเหวินจิ้งต่างเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ตระกูลหลี่ขึ้นมามีอำนาจแต่กลับมีมุมมองในการตั้งรัชทายาทที่ขัดแย้งกัน แม้จะรู้ดีว่าหลี่ซื่อหมินผู้น้องนั้นมีความสามารถที่เหนือกว่าแต่เว่ยเจิงกลับต้องการให้หลี่เจี้ยนเฉิงผู้พี่ได้เป็นรัชทายาทเพราะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำร้ายเหมือนในอดีต ส่วนหลิวเหวินจิ้งนั้นต้องการที่จะให้หลี่ซื่อหมินเป็นรัชทายาท เมื่อต่างฝ่ายต่างมีจุดยืนของตนทำให้การดวลกันของยอดปราชญ์แห่งยุคเริ่มขึ้นจนกลายเป็นโศกนาฎกรรม


ความรักที่ไม่อาจสมหวังของหลี่ซื่อหมินกับองค์หญิงรั่วสี

ความรัก
            ความน่าสนใจของเรื่องนี้อย่างแรกก็คงหนีไม่พ้นเรื่อง “ความรัก” ที่ต้องบอกว่ายิ่งดูยิ่งรู้สึกเห็นใจในความรักขององค์หญิงผู้มีรักมั่นแต่โชคชะตากลับกีดกันไม่ให้ได้ครองคู่ ต่อมาคือความรักของหญิงสาวอีกคนที่ยอมอุทิศทุกอย่างเพื่อคนที่ตนเองรักแม้จะรู้ว่าไม่มีทางได้รับความรักตอบแทน สุดท้ายคือความรักบวกความอิจฉาทำให้พี่น้องที่เคยรักไคร่กันดีกลายเป็นน้ำกับน้ำมันที่ไม่อาจเข้ากันได้อีก

ประลองปัญญา
            หากใครที่ชอบศึกษาประวัติศาสตร์จีนโดยเฉพาะการใช้กลอุบายต้องบอกว่าพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงเพราะนี่ถือเป็นประเด็นหลัก ในเรื่องนี้จะมีการดวลวาทะและกลยุทธ์ของผู้ที่ได้ชื่อว่ามีมันสมองเป็นเลิศทั้ง “เว่ยเจิง” ผู้ที่ถูกยกให้เป็นขงเบ้งแห่งยุค “หลิวเหวินจิ้ง” ศิษย์ร่วมสำนักกับเว่ยเจิงผู้มีปัญญาไม่ด้อยไปกว่ากัน “อี่เหวินฮั่วจี๋” ขุนนางชั่วที่ภายนอกดูเหมือนจะมีดีแค่ประจบสอพลอแต่กลับวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างเด็ดขาด และสุดท้ายคือ “โต้วเจี้ยนเต๋อ” สาวน้อยผู้มีปัญญาล้ำเลิศจนสามารถเล่นงานเว่ยเจิงกับหลิวเหวินจิ้งจนหัวปั่น

แถมท้าย
            เนื้อเรื่องที่ปรากฏนั้นจะเป็นการหยิบเอาเค้าโครงประวัติศาสตร์ในช่วงปลายสมัยราชวงศ์สุยโดยใช้ “หลี่ซื่อหมิน” มาเป็นตัวดำเนินเรื่องทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เปรียบเสมือนการบอกเล่าชีวประวัติของหลี่ซื่อหมินหรือที่ในเวลาต่อมาเขาจะกลายเป็น “จักรพรรดิถังไท่จง” ผู้ยิ่งใหญ่ของจีน


องค์หญิงรั่วสีกับหลงเอ๋อ สองสาวผู้รักมั่นในหลี่ซื่อหมิน

            แน่นอนว่าการจะถ่ายทอดเรื่องราวออกมาในฉบับภาพยนตร์แลดูมีอรรสรถ (เพราะนี่ไม่ใช่สารคดี) เนื้อเรื่องบางส่วนจึงมีการดัดแปลงและเพิ่มเติมเข้าไปทำให้เรื่องราวในบางช่วงบางตอนนั้นขัดกับความเป็นจริงในหน้าประวัติศาสตร์ แต่กระนั้นก็ยังรักษาประเด็นสำคัญของเรื่องเอาไว้นั่นคือการโค่นล้มราชวงศ์สุยและสถาปนาราชวงศ์ถังขึ้นมา